เจ้าของแฟรนไชส์ “พิซซ่าฮัท” รายใหญ่ในสหรัฐฯ เข้าฟื้นฟูกิจการ เหตุหนี้ท่วม 27,985 ล้าน

เจ้าของแฟรนไชส์ พิซซ่าฮัท และ เวนดีส์ รายใหญ่ในสหรัฐฯ ยื่นขอฟื้นฟูกิจการภายใต้มาตรา 11 ของกฎหมายล้มละลาย หลังเจอวิกฤตโควิด-19 ระบาดที่ทำให้ต้องปิดสาขาร้านอาหารตามมาตรการป้องกันโรค

บริษัทเอ็นพีซี อินเทอร์เนชันนัล ยื่นขอฟื้นฟูกิจการภายใต้มาตรา 11 ของกฎหมายล้มละลาย หลังจากเจอมรสุมปัญหามากมาย อย่างการปิดร้านอาหารตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภาระหนี้ 900 ล้านดอลลาร์ (ราว 27,985 ล้านบาท) ค่าแรงและค่าอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น และพิซซ่าฮัท ซึ่งเป็นแฟรนไชส์หลักของบริษัทเอ็นพีซีก็เริ่มขายไม่ค่อยดีนักในช่วงหลังมานี้ แต่ระหว่างที่บริษัทดำเนินการยื่นขอฟื้นฟูกิจการภายใต้กฎหมายล้มละลาย ร้านอาหารของเอ็นพีซีก็จะยังเปิดให้บริการต่อไป

ทั้งนี้ บริษัทเอ็นพีซีเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ “เวนดีส์” 385 สาขาจากทั้งหมดประมาณ 6,500 สาขาในสหรัฐฯ และแฟรนไชส์ “พิซซ่าฮัท” จำนวน 1,225 สาขา จากทั้งหมด 7,100 สาขาในสหรัฐฯ โดยเว็บไซต์ของเอ็นพีซีเปิดเผยว่า บริษัทจ้างพนักงานประมาณ 36,000 คนใน 27 มลรัฐ เป็นพนักงานประจำ 7,500 คน และพนักงานพาร์ทไทม์ประมาณ 28,500 คน

อย่างไรก็ตาม เอ็นพีซียื่นขอฟื้นฟูกิจการภายใต้กฎหมายล้มละลายในเวลาไม่นานนัก หลังจากที่ก่อนหน้านี้บริษัทได้รับเงินช่วยเหลือไม่เพียงพอจากบริษัท Yum! Brands เจ้าของแบรนด์พิซซ่าฮัท ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าอุตสาหกรรมฟาสต์ฟู้ดในสหรัฐฯ กำลังประสบปัญหาหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ด้านโฆษกพิซซ่าฮัท เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า พิซซ่าฮัทคาดการณ์ได้ว่าจะมีการยื่นขอฟื้นฟูกิจการภายใต้มาตรา 11 ของกฎหมายล้มละลาย และพิซซ่าฮัทสนับสนุนที่บริษัทเอ็นพีซีจะเข้าสู่กระบวนการจัดการระดับหนี้สินให้ต่ำลงและยั่งยืนมากขึ้น และมุ่งเน้นไปที่การดำเนินการที่ยอดเยี่ยม และการลงทุนร้านอาหารในระดับที่ดีขึ้น การยื่นขอฟื้นฟูกิจการจะทำให้สุขภาพธุรกิจและประสิทธิภาพของระบบทั้งหมดเข้มแข็งขึ้นในระยะยาว

ขณะที่โฆษกเวนดีส์กล่าวกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า ร้านอาหารของเอ็นพีซีโดยทั่วไปทำได้ดีมาก และเอ็นพีซียังคงทำหน้าที่รับผิดชอบทางการเงินของตัวเองได้ดี จึงขอให้เอ็นพีซีเป็นสมาชิกที่สร้างผลลัพธ์ที่ดีให้เวนดีส์ต่อไป โดยเวนดีส์จะทำงานร่วมกับเอ็นพีซีอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนให้พวกเขาเดินหน้าต่อไป